เสียงเล็กๆจากตาดำๆ

posted on 02 Apr 2013 11:16 by yimguang directory Travel, Diary, Idea
 
หายไปนานค่ะ วันนี้จะกลับมาเล่าประสบการณ์ที่ได้รับเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว
 
หาความดีทำกันกับเพื่อนค่ะ
 
มติในกลุ่ม เลือกจะไปบ้านเด็กเล็ก
 
จะพาเด็กน้อยออกมาเปิดหูเปิดตา
พาเด็กมาเที่ยว องค์พระ พุทธมณฑล
 
ที่นี่เด็กๆมีครูดูแลเป็นห้องๆ เรียกครูว่า แม่
มีแม่สองคนกำลังพูดข้อตกลงให้เด็กๆฟัง
มีกฏที่เด็กๆต้องปฎิบัติตาม
เช่่น ห้ามตื๊อพี่ ห้ามแอบหยิบของของพี่ ห้ามออกนอกกลุ่ม ต้องจับมือพี่ที่ดูแล ....
ไม่ใช้วิธีสั่งค่ะ ใช้วิธีให้เด็กคิดและตอบเอง
เช่น ใช้ถามว่า ของของพี่ ไม่ใช่ของเรา เราหยิบได้มั๊ยคะ....เด็กตอบ ไม่ได้ครับ
วิธีนี้น่ารักดีค่ะ
 
พาเด็กนั่งรถตู้ ดูวิว ไหว้พระ 
ระบายสี วิ่งเล่น กินข้าว ทำกังหัน
ไปสนามเด็กเล่น ให้อาหารปลา พากลับ
ทานของว่าง เล่นกับเด็กอีกรอบ
 
เด็กๆไหว้พระ นั่งสมาธิ
 
 
เด็กๆวิ่งลงท่อซะงั้น แม่ๆกะพี่ๆขำกันใหญ่
ก็ดีนะ ลิงวิ่งเป็นแถวโดนไม่ต้องวิ่งไล่จับ
 
 
ดูลูกลิงสิ ปีนป่ายยั้วเยี้ย
แม่ๆกับยายจิ๋มบอกว่าดี ให้เค้าเล่นกับธรรมชาติ
ไม่ได้ปล่อยให้อันตราย ข้างๆมีพี่อาสากับแม่ๆดูแลอยู่
 
ชอบรูปนี้มาก เด็กๆร่าเริง น่ารัก
แต่ไม่นิ่งเลย เพราะเด็กก็วิ่งเร็ว
ตากล้องคนนี้เลยต้องวิ่งถอยหลังตามไปเรื่อยๆ เบลอเลย
 
ช่างเป็นวันที่เหนื่อยหมดเรี่ยวแรง
 
เก็บประเด็นมาตกตะกอนความคิดได้พอสมควร
 
ตะกอนแรก ยกให้ "ยายจิ๋ม"
ยายจิ๋มเป็นคนดูแลเด็กอีกคน แก่กว่าแม่ๆ
สะพายกระเป๋ารูปพิกเล็ตสีชมพู เด็กๆติดยาย ตอนเด็กๆทานข้าว ก็ได้มีโอกาสคุยกับยายจิ๋ม
ยายจิ๋มมองไปที่เด็กๆ(ที่กำลังฟัดข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่)
....เจ้าพวกนี้แหละ เจ้านายที่แท้จริงของยาย
เงินเดือนยายกะแม่ๆเนี่ย มาจากดอกเบี้ยของเงินบริจาคเจ้าพวกนี้
ไม่มากหรอกลูก แต่ไปไหนไม่ได้ รักเจ้าพวกนี้ไปแล้ว
รักมากกว่าลูกกว่าหลานอีกนะ เจ้านายของยายเนี่ย
ดูแลเจ้าพวกนี้ เหนื่อยนะลูก ดูอย่างแม่ทรายสิ(แม่ทรายสวยและอายุไม่มากเท่าไหร่)
แม่ทรายตอนมาใหม่ๆ สวยเชียว ตอนนี้โทรมจะเท่ายายอยู่แล้ว ...แล้วยายก็หัวเราะ
ยายจิ๋มอายุมาก มีลูกมีหลาน มีลูกพร้อมเลี้ยงดู
แต่ยายก็ยังใส่เสื้อโทรมๆ สะพายกระเป๋าเด็ก เพื่อมาดูแลเจ้านายน้อยของยายทุกวัน
เป็นเสียงสะท้อนของคำว่าอุทิศตน
 
ตะกอนที่สอง แม่
ไม่ได้หมายถึงแม่ๆของเด็กๆหรอกค่ะ แต่เป็นความโหยหาแม่ที่สัมผัสได้จากเด็กน้อย
ตัวแสบ ออดอ้อนพี่ๆจนยายต้องจับแยก
 
เนื่องจากเด็กจินตนาการสูงเหลือเกิน พาไปแค่พุทธมณฑล
อยู่ในรถตู้เด็กๆต่างดีใจ คนหนึ่งชี้ออกไปนอกหน้าต่าง
เฮ้ยยยย แม่เสือ!!!! เด็กคนอื่นๆเริ่มเรียกพี่ใกล้ตัว ไหนอะเสือ ไหนคะเสือ
พี่ๆงง เสือได้ไง มีแต่หินกะต้นไม้
แม่สิงโต!!!! ......อ่า เต่าจ้ะ
แม่ปลา แม่เต่า แม่กระต่าย แม่ไก่ แม่เป็ด แม่กวาง
แม่ นำหน้าทุกสรรพสัตว์
ตอนแรกฟังไม่ได้คิดอะไร แต่ฟังทั้งวัน ก็เริ่มสะเทือนใจ
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเล่นกับพี่
แม้จะมีกฏว่าห้ามอ้อน แต่ก็แอบอ้อนกัน กอดพันแข้งพันขา หาความรัก
 
ตะกอนสุดท้าย(เพราะเริ่มยาวเกินไปแล้ว) คนไทยใจดี
ตอนซื้อขนมปังให้น้องเลี้ยงปลา ตอนแรกคิดว่ามากพอ
แต่ตอนหลัง ก็คิดใหม่ สงสัยต้องหารแบ่งให้เท่าๆกัน จัดเป็นตั้งๆ
ป้องกันการแย่งของเด็กน้อย
ไม่อยากแบ่งเลย อยากให้เด็กๆทุกคนได้แบบหนำใจ 
เหมือนเทวดาจะได้ยิน ส่งคุณลุงคนหนึ่ง
ที่ยืนให้ขนมปังปลาอยู่ เดินเอาขนมปังหนาถุงโตมากมาให้
....อ้ะ ขนมปังจากมนต์นมสดครับ เป็นหัวท้ายขนมปังที่เค้าตัดออก ผมไปก่อนนะ ต้องไปให้ที่อื่นต่อ...
 แล้วก็ขึ้นรถคันหรูออกไป
เอาล่ะเฟ้ย เด็กๆ เต็มที่ค่ะลูก ให้กันจนหนำ
 
ไปแค่วันเดียว เราได้อะไรมาเยอะมากเลยนะ แต่พิมไม่ไหวแล้ว ๕๕๕
แล้วจะกลับมาเล่าต่อ
 
 

edit @ 5 Apr 2013 12:12:54 by inkdog เดอะ หมาน้ำหมึก

วันนี้วันครู
ไม่ใช่สิ เมื่อสามสิบกว่านาทีที่แล้ว วันครู
 
หนูรักครูหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต 
ครูหลายๆคนเป็นทั้งแรงบันดาลใจ กำลังใจ และแบบอย่างที่หนูเลือกเดินตามทางที่ดี
 
ขอกราบคุณครูทุกท่านที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ไม่ว่าจะท่านที่ประกอบอาชีพครูก็ดี หรือครูที่สอนตามรายทางถนนชีวิตก็ดี
ครูที่เราชอบก็ดี และครูที่ตอนเด็กๆเราไม่ชอบก็ดี
กราบค่ะ
 
 
 
แต่เอาจริงๆ 
เด็กคนหนึ่งคนนี้ ไม่ได้รักทุกๆอย่างในครูทุกๆท่านหรอกค่ะ
มีบางอย่างที่่ครูบางท่าน ทำให้เรามีประสบการณ์ร้ายๆและความทรงจำที่ไม่ดีฝังมาถึงปัจจุบัน
 
เราจำเก่งค่ะ ไม่ได้แค้นนะคะ
แค่ไม่ลืมเหตุการณ์
และพอเติบโตขึ้นมา บางทีก็ย้อนกลับไปมองเรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำ
แล้วถามว่า ....ทำไม
 
ครูขา....หนูเป็นเด็กเล็ก เพิ่งขึ้นชั้นประถมมาใหม่ๆ หนูเพิ่งเขียนหนังสือไม่กี่ปี หนูเขียนไม่สวย
เพื่อไม่ยืนค้ำศีรษะผู้ใหญ่ หนูและเพื่อนคุกเข่าเข้าแถวรอครูตรวจงานอยู่หน้าห้องอยู่นาน
ครูโกรธมากตอนเห็นงานหนู หนูเขียนไม่สวย ครูฉีกงานที่หนูนั่งเขียนอยู่นาน ขยำแล้วปาใส่ ดุเสียงดัง
ครูคะ ตอนนั้นหนูตกใจ หนูกลัวครู หนูอายเพื่อน หนูเสียดายงานที่ถูกฉีก หนูเสียความรู้สึกค่ะ
 
ครูขา...หนูเขียนหนังสือช้า หนูลอกตามครูบนกระดานไม่ทัน ครูลบฝั่งที่หนูยังลอกไม่เสร็จ หนูลอกจากเพื่อนไม่ทันเพราะเพื่อนรีบส่ง ยิ่งส่งเร็ว คุณครูยิ่งชม
ครูคะ หนูไม่มีงานส่ง ครูอย่าตีหนู หนูไม่ได้ขี้เกียจ หนูเขียนหนังสือช้า
 
ครูขา... พ่อแม่หนูไม่รู้จักสังคมที่หนูอยู่ เมื่อมีใบรับบริจาค พ่อแม่สอนหนูว่า ทำบุญตามที่หนูอยากทำ หนูขอตังพ่อมายี่สิบบาท แม็คส่งกับใบรับบริจาคให้ครู
ครูอย่าตะคอกหนู อย่าดุหนู หนูอายเพื่อน
หนูไม่ได้ขโมยเงินที่พ่อแม่บริจาค หนูไม่ได้ลืมบอกพ่อแม่แล้วบริจาคเอง
ตอนนั้นหนูยังเล็กนัก หนูยังไม่รู้จักคำว่าทำบุญเอาหน้า ครูชมแค่คนที่มีแบงค์ม่วงเย็บมา
บอกให้หนูดูเป็นตัวอย่าง หนูเสียใจ
 
ครูขา.... มีอีกหลายเรื่องเหลือเกินที่ฝังใจหนูมาแล้วอยากถามว่าทำไม
หนู คนนั้น เติบโตเป็น ฉัน ในวันนี้
 
ฉัน ที่โชคดีมีครูที่ประเสริฐมากมายหลายท่าน
ฉัน ที่เนรคุณ กลับไปมองวัยเด็กแล้วไม่ชอบเหตุการณ์หลายๆอย่างจากครูบางท่าน
 
ฉัน คนนี้ ขอกราบขอบพระคุณ คุณครูทุกท่านในวันครูนี้
ไม่ว่าท่านจะสอนวิชาการ สอนความดี สอนให้ดูเป็นเยี่ยง-สอนให้ไม่เอาเป็น(แบบ)อย่าง
ทุกท่าน สอนฉันมา และฉันคนนี้ก็ระลึกถึงพระคุณนี้ได้ดี
 
เอ้า นักเรียน กราบบบบบบบบบบบ!!!!!!!!!
 
 

edit @ 17 Jan 2013 00:51:37 by inkdog เดอะ หมาน้ำหมึก

หนึ่งปี...ที่เท่าเดิม

posted on 07 Jan 2013 19:42 by yimguang directory Diary, Idea
 
วันนี้ เป็นวันครบรอบหนึ่งปีค่ะ
 
หนึ่งปี ที่คนสำคัญ จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
 
คนสำคัญ ที่เรารักมาก รักไม่แพ้พ่อแม่
คนสำคัญ ที่รักเรามาก รักมาตั้งแต่เราลืมตาดูโลก
 
อากง
 
อากงเป็นคุณตา ฉันเป็นหลานคนแรกที่อากงมี 
อากงรักฉันมาก และฉันก็รักและติดอากงมาก
รักจนถึงทุกวันนี้ ไม่หยุดรักสักวินาทีเลย
 
ในความทรงจำฉัน
อากงคือแบบอย่าง คือฮีโร่ คือผู้ปกป้อง
ใครดุอะไรฉัน อากงจะอยู่ข้างฉันเสมอ
อากงมีวิธีพูดให้ฉันเข้าใจด้วยเหตุและผลแบบไม่ต้องดุ ไม่ต้องให้ฉันเสี